article
5 ข้อมูลงานวิจัย! ของโกจิเบอร์รี่ (Goji Berry) ที่เป็นมากกว่าผลไม้

 

5 ข้อมูลงานวิจัย! ของโกจิเบอร์รี่ (Goji Berry) ที่เป็นมากกว่าผลไม้

 

              โกจิเบอร์รี่ หรือ เก๋ากี้ เป็นผลไม้ที่ไม่ว่าใครต่างก็คงต้องเคยได้ยินชื่อกันมาแล้ว ด้วยเพราะสรรพคุณที่มีอย่างมากมายทำให้โกจิเบอร์รี่ถูกจัดให้เป็นหนึ่งใน “ซุปเปอร์ฟู้ด” อันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ เรามาลองดูกันดีกว่าว่าผลไม้ลูกเล็กๆ นี้จะมีประโยชน์อะไรที่ซุกซ่อนอยู่บ้าง

 

              1. ภายในผลโกจิเบอร์รี่นั้นมีสารชนิดหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า สารพอลิแซ็กคาไรด์ ซึ่งมีคุณสมบัติที่สามารถช่วยชะลอการกระจายตัวของเซลล์มะเร็งได้ จึงถูกนำไปใช้เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นการรักษาของแพทย์ทางเลือกร่วมกับการรักษาแบบบำบัด แล้วยังมีการค้นคว้าพบว่าการให้ผู้ป่วยได้รับประทานสารสกัดจากโกจิเบอร์รี่ติดต่อกันเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ขึ้นไป ได้ส่งผลให้กระบวนการเติบโตของเซลล์มะเร็งในลำไส้ใหญ่ถูกยับยั้งได้ในระยะยาว

 

              2. การรับประทานผลโกจิเบอร์รี่หรือผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดหลังมื้ออาหาร สามารถที่จะช่วยในเรื่องของการลดระดับน้ำตาลในเลือดและกระตุ้นการสร้างไขมันดีในร่างกายได้ ซึ่งนั่นจะส่งผลต่อระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกาย ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี และป้องกันการเกิดโรคอันตรายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไขมันอุดตันในเส้นเลือด โรคหัวใจ จึงถือว่าเป็นผลไม้ที่เหมาะกับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานและต้องการควบคุมระดับของน้ำตาลในเลือด

 

              3. จากข้อมูลงานวิจัยของ ภาควิชาเภสัชวินิจฉัย คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า ในโกจิเบอร์รี่มีสารชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า “ซีแซนทีน” ในปริมาณที่สูงมาก ซึ่งเจ้าซีแซนทีนนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญที่อยู่ในจอประสาทตาของคนเรา ซึ่งมีหน้าที่กรองแสงและลดการสะท้อนของแสงภายในดวงตา การรับประทานโกจิเบอร์รี่จึงสามารถช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคต้อกระจกและโรคจอรับภาพในตาเสื่อมได้

 

               4. โกจิเบอร์รี่ถูกขนานนามให้เป็นผลไม้ที่ให้คุณค่าทางโภชนาการมากที่สุดในโลก ด้วยเพราะว่าโกจิเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์และมีสารอาหารที่มีคุณสมบัติช่วยบำรุงและดูแลร่างกายเป็นจำนวนมาก ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือคุณสมบัติที่ช่วยในการชะลอความแก่ชราหรือคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ ไปจนถึงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง

 

              5. อีกหนึ่งงานวิจัยของ สำนักงานสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ยังค้นพบความสามารถในการกระตุ้นการทำงานของเอ็นไซม์และฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่งส่งผลช่วยลดความเสียหายต่อดีเอ็นเอของตับ ทำให้อัตราการมีชีวิตของเซลล์ตับสูงขึ้นและช่วยฟื้นฟูระบบการทำงานของตับให้ดีขึ้นได้อีกด้วย

 

            เรียกได้เลยว่าเป็นอาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมากมายเลยจริงๆ

 

 

Share this Article