article
มากู้ผมพังๆให้กลับมาปังๆด้วยสารสกัดจากงาดำ (Black Sesame Extract)

 

มากู้ผมพังๆให้กลับมาปังๆด้วยสารสกัดจากงาดำ (Black Sesame Extract)

 

        มีคำกล่าวที่ว่า คิ้วคือมงกุฎของใบหน้า แต่รู้หรือไม่ว่า ผมก็เป็นมงกุฎที่ดีของร่างกายของมนุษย์เรา เพราะเป็นสิ่งที่อยู่บนสุด สูงสุด ที่ปกคลุมศีรษะนั่นเอง การที่มีผมสุขภาพดีเป็นการบ่งบอกตัวของคุณได้ในหลายแบบ อย่างเช่น บุคคลคนนี้เป็นคนที่ให้ความใส่ใจในตัวเอง เป็นคนที่ดูแลตัวเองดี เป็นคนที่สะอาดน่ามอง รวมไปถึงเป็นคนที่ดูมีบุคลิกภาพที่ดีด้วย แต่ในปัจจุบันเทรนด์ต่างๆก็ทำให้หลายคนปรับเปลี่ยนการแต่งตัว รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนทรงผม สีผม ให้เป็นไปตามสมัยหรือแฟชั่นมากขึ้น และการปรับเปลี่ยนเหล่านี้เองเป็นหนึ่งในสาเหตุของปัญหาผมเสีย ผมพัง ผมขาดร่วง เนื่องจากส่วนผสมที่เป็นสารเคมี ที่อยู่ในกระบวนการการจัดแต่งปรับเปลี่ยนทรงผม และสีผมนั่นเอง

 

        งาดำ หนึ่งในธัญพืชเม็ดเล็กที่มีสีดำสนิท แต่มหาศาลไปด้วยประโยชน์มากมาย ซึ่งจะเห็นได้ว่าคนในสมัยก่อนมักนำงาดำมาประกอบอาหาร มาทำขนมและยังนำงาดำนี้เองมาหมักผมเพื่อให้ผมดกดำดูสุขภาพดีนั่นเอง  ปัจจุบันได้มีการคิดค้นพัฒนาในการนำธัญพืชชนิดนี้มาสกัด หรือเรียกว่าสารสกัดจากงาดำ เพราะในสารสกัดจากงาดำมีส่วนประกอบของวิตามินบี วิตามินบีรวม โปรตีน แร่ธาตุต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นอาหารชั้นดีของเส้นผม และหนังศีรษะ มีส่วนช่วยให้ผมดกดำเงางาม ลดปัญหาผลกระทบจากการใช้สารเคมีบนเส้นผมและหนังศีรษะ อีกทั้งยังมีส่วนลดปัญหาผมขาดร่วง และผมหงอกที่เกิดจากการใช้สารเคมีเร่งเปลี่ยนสีผม จึงเห็นได้ว่าสารสกัดจากงาดำเป็นหนึ่งในธัญพืชเล็กๆที่ให้ประโยชน์เต็มแก่เส้นผมของเรา และไม่เพียงเท่านี้ สารสกัดจากงาดำยังให้ประโยชน์แก่ร่างกายในด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการเสริมแคลเซียมให้กระดูก และฟัน เพราะงาดำถือว่าเป็นหนึ่งในแหล่งแคลเซียมชั้นดีอีกนั่นเอง

 

        การรับประทานสารสกัดจากงาดำเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดีในการใช้บำรุงเส้นผม แต่ทางที่ดีเราควรปฏิบัติต่อเส้นผมให้ถูกต้องด้วย โดยการลดการใช้สารเคมีกับเส้นผมและหนังศีรษะ เพราะต่อให้ดูแลเส้นผมด้วยการบำรุงดีขนาดไหน แต่หากยังไม่ลดการใช้สารเคมีบนหนังศีรษะ ก็ไม่สามารถให้ประโยชน์สูงสุดได้ แต่จะเพียงแค่การบรรเทาความแห้งเสียเท่านั้น ดังนั้นเราจึงไม่ควรละเลยการให้ความสำคัญของการดูแลเส้นผมอย่างถูกวิธี เพื่อผลลัพธ์ที่ดีจนส่งผลให้ภายนอกของเราดูดีไปด้วยนั่นเอง

 

 

Share this Article