article
เลือดสีเขียว ประโยชน์ของต้นอ่อนข้าวสาลีต่อโรคโลหิตจาง

 

เลือดสีเขียว ประโยชน์ของต้นอ่อนข้าวสาลีต่อโรคโลหิตจาง

            ปัจจุบันในกลุ่มผู้รักสุขภาพจะเริ่มคุ้นเคยและรู้สึกคุ้นหูกับ Wheat grass หรือ “ต้นอ่อนข้าวสาลี” กันมากขึ้น ซึ่งมีวางจำหน่ายในท้องตลาดทั้งรูปแบบผลิตภัณฑ์อาหารเสริมชนิดเม็ด ชนิดน้ำ ชนิดผง หรือแม้แต่ต้นอ่อนสดๆ ก็ตาม ด้วยสรรพคุณอันมากมายที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคโลหิตจางหรือโรคร้ายอย่างเช่นโรคมะเร็งเป็นต้น

 

คลอโรฟิลล์ในต้นอ่อนข้าวสาลี

                ในต้นอ่อนข้าวสาลีนั้นอุดมไปด้วยสารสำคัญสีเขียวที่เรียกกันว่า “คลอโรฟิลล์” ซึ่งเป็นสารที่มีสูตรโครงสร้างใกล้เคียงกับฮีม (Heme) ที่พบในมนุษย์ เป็นสารที่นำไปใช้ในการสร้างฮีโมโกลบินเพื่อผลิตเม็ดเลือดแดง จนสารสำคัญที่ชื่อคลอโรฟิลล์นี้ได้รับฉายาว่า “เลือดสีเขียว” หรือ Green Blood

 

ต้นอ่อนข้าวสาลีกับผู้ป่วยโรคโลหิตจาง

                มีผลการวิจัยที่ค้นพบว่า เมื่อผู้ป่วยโรคโลหิตจางรับประทานสารสกัดจากต้นอ่อนข้าวสาลี วันละ 1,000 มิลลิกรัม ติดต่อกันตั้งแต่ 6 เดือน – 1 ปี คลอโรฟิลล์ในต้นอ่อนข้าวสาลีจะช่วยเพิ่มปริมาณฮีโมโกลบินในเลือดให้มากขึ้น และช่วยลดปริมาณการให้เม็ดเลือดแดงเข้มข้น (Pack Red Cells) รวมถึงช่วยลดจำนวนครั้งในการถ่ายเลือด (Blood Transfision) ได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในผู้ป่วยโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียชนิดเบต้า (beta – thalassemia) ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของไขกระดูก จึงทำให้เม็ดเลือดแดงมีปริมาณน้อยกว่าปกติและเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว (myelodysplastic syndrome) และเด็กที่มีภาวะโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย

 

ต้นอ่อนข้าวสาลีกับผู้ป่วยโรคมะเร็งที่มีภาวะโลหิตจาง

            สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับการรักษาโรคด้วยวิธีเคมีบำบัด เมื่อรับประทานน้ำคั้นจากต้นอ่อนข้าวสาลี วันละ 60 มิลลิลิตร ทุกวันตลอดระยะเวลาที่ได้รับเคมีบำบัด สารสำคัญในต้นอ่อนข้าวสาลีจะช่วยป้องกันการเกิดภาวะโลหิตจางได้ดี (anemia) ซึ่งช่วยเพิ่มปริมาณฮีโมโกลบินในเลือดได้อย่างมีนัยสำคัญ และไม่มีผลต่อการตอบสนองจากการรักษาด้วยเคมีบำบัดของผู้ป่วย รวมถึงช่วยเพิ่มภูมิต้านทานทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

 

ความแตกต่างของคลอโรฟิลล์ในต้นอ่อนข้าวสาลีกับสาหร่ายสไปรูลิน่า

                มีการทดลองเปรียบเทียบระหว่างต้นอ่อนข้าวสาลีกับสาหร่ายสไปรูลิน่า เนื่องจากเป็นสาหร่ายที่อุดมไปด้วยสารคลอโรฟิลล์ด้วยเช่นกันแล้วพบว่า เมื่อรับประทานสารสกัดจากต้นอ่อนข้าวสาลีชนิดแคปซูล ขนาด 500 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง เป็นระยะเวลา 30 วัน จะช่วยเพิ่มความสามารถและประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระ การทำงานของเอนไซม์ที่มีชื่อว่า superoxide dismutase และช่วยลดปริมาณ malondialdehyde ในเลือดได้ดีกว่าการรับประทานสารสกัดจากสาหร่ายสไปรูลิน่า ถ้าหากรับประทานทั้งคู่ในปริมาณที่เท่ากัน

 

                ถึงแม้ว่าสารสกัดจากต้นอ่อนข้าวสาลีจะไม่พบความเป็นพิษหรืออาการข้างเคียงใดๆ ก็ตาม แต่สำหรับเด็กอ่อนและสตรีมีครรภ์ควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งหรือปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานดีที่สุด

 

 

Share this Article