สุขภาพดีสร้างได้ ด้วยผลไม้มหัศจรรย์
เชื่อหรือไม่ว่าผลไม้บางอย่างก็เปลี่ยนสุขภาพของคุณได้ บทความนี้ขอยกผลไม้สุดมหัศจรรย์
มาให้คุณผู้อ่านได้รับรู้ปริมาณที่ควรบริโภคอย่างมีประสิทธิภาพต่อร่างกายมากที่สุด
โดยไม่สูญเสียประโยชน์หรือมากเกินไปจนเป็นการทำร้ายร่างกายของคุณเอง ซึ่งผลไม้มหัศจรรย์ที่ว่านี้ก็คือ “ทับทิม”
ผลไม้ลูกกลม ๆ สีมีเนื้อรสหวานอมเปรี้ยวนี่เอง ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย
และในบทความนี้ เราจะแนะนำปริมาณการทานทับทิม ทานอย่างไร ให้ได้ประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุดให้ทราบกัน
ปัจจุบัน ในท้องตลาดมีผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากทับทิมอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็น ส่วนของการบริโภคหรืออุปโภค
ในที่นี้ขอกล่าวถึงทับทิมในรูปแบบที่นำมาบริโภค เช่น รูปแบบน้ำผลไม้ และรูปแบบแคปซูล
ซึ่งการรับประทานหรือดื่มทับทิมในรูปแบบน้ำผลไม้นั้น แม้จะให้วิตามินและสารต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
แต่ก็ทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาล และโซเดียมที่มากในระดับหนึ่งเช่นกัน
ดังนั้นผู้ที่ต้องการดูแลร่างกายทั้งในด้านสรีระ และสุขภาพภายในด้วยแล้ว
การเลือกทานสารสกัดจากทับทิมในรูปแบบแคปซูลจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าอย่างแน่นอน
และหากคุณบริโภคทับทิมสด 100 กรัม ก็จะได้พลังงานประมาณ 70-83 กิโลแคลอรี่
และให้ปริมาณ วิตามิน C สูงถึง 6.10 มิลลิกรัม
นอกจากนี้ยังมีสารอาหารมากมายประกอบด้วย
โพแทสเซียม : 259 มิลลิกรัม
คาร์โบไฮเดรต : 17.17 กรัม
น้ำตาล : 16.57 กรัม
แคลเซียม : 3.00 มิลลิกรัม
เหล็ก : 0.30 มิลลิกรัม
ฟอสฟอรัส : 8 มิลลิกรัม
กรดโฟลิก : 6 ไมโครกรัม
วิตามิน B1,2,3,5,6 :
อย่างละไม่เกิน 0.5 มิลลิกรัม และไม่ต่ำกว่า0.06 มิลลิกรัม ซึ่งคุณประโยชน์ที่มากมายนี้
ทำให้ทับทิมเป็นตัวช่วยยอดนิยมในการดูแลผิวพรรณและบำรุงร่างกายของคนรักสุขภาพหลายต่อหลายคน
ซึ่งผู้อ่านบางคนอาจจะทราบแล้วว่า ทับทิมมีประโยชน์ในการบำรุงผิวพรรณให้กระจ่างใส ดูมีสุขภาพดี
แต่นั่นยังไม่ใช่ประโยชน์ทั้งหมดของผลไม้มหัศจรรย์ชนิดนี้ เพราะทับทิมยังมีส่วนช่วยในเรื่องโรคและอาการอื่น ๆ ได้
เช่นระบบฟอกโลหิต และระบบการหมุนเวียนของเหลวในร่างกาย ส่งเสริมการทำงานของหลอดเลือด
เพราะหลอดเลือดเปรียบเสมือนท่อส่งออกซิเจนไปยังอวัยวะทั่วร่างกายทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
หากท่อนี้ไม่แข็งแรงมีรอยรั่ว หรือเกิดภาวะอุดตันขึ้น หัวใจจะต้องทำงานหนักมากยิ่งขึ้นเพื่อสร้างแรงดันในการส่งออกซิเจนออกไป
แต่เมื่อร่างกายมีหลอดเลือดที่แข็งแรง ไร้ไขมันอุดตันในหลอดเลือด หัวใจก็สามารถส่งออกซิเจนไปให้อวัยวะต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น
ทำให้หัวใจไม่ต้องทำงานหนัก และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจได้อีกด้วย ในภาวะผู้ป่วยเบาหวานเอง
ทับทิมก็ยังช่วยในเรื่องการควบคุมการทำงานของ อินซูลิน ซึ่งช่วยทำให้อาการของโรคเบาหวานดีขึ้นได้ในระดับหนึ่ง
นอกจากนี้เอง ทับทิมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ทรงพลังช่วยยับยั้งการเกิดเซลล์มะเร็ง รวมไปถึงด้านการลดไขมันเลว
และเพิ่มปริมาณไขมันดีให้กับร่างกาย ดังนั้น จึงเห็นได้บ้างว่ามีการลดพุงกันด้วยการบริโภคทับทิม อย่างไรก็ดี
ทางเลือกในการบริโภคอาหารเสริมเป็นเพียงการหาตัวช่วยที่ดี เพื่อให้สุขภาพดี
แต่ทว่า เสริมด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เลือกรับประทานอาหารที่ดีและเหมาะสม ครบ 5 หมู่
การบริโภคสารสกัดจากทับทิม ก็จะช่วยส่งผลและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพต่อร่างกายของผู้บริโภคอย่างเต็มที่นั่นเอง
Share this Article